วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2563

เปิด ประสบการณ์ อัศจรรย์"กรรมฐานเปิดโลก" หลวงพ่อคง วัดเขาสมโภชน์



"กรรมฐานเปิดโลก" หลวงพ่อคง วัดเขาสมโภชน์ 

..เมื่อพระพุทธเจ้าทรงเปิดโลกทั้ง ๓ ให้ได้เห็นกันหมด 

ทำให้มนุษย์เห็นกรรมดีกรรมชั่วของตนเองที่ทำมา ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนๆ


      เรื่องเล่า ประสบการณ์  เรื่องกรรมฐานเปิดโลกของ หลวงพ่อคง วัดเขาสมโภชน์ 
ที่ข้าพเจ้าได้พบมา ช่วงสิ้นปี เป็นวันหยุดสิ้นปีถึงปีใหม่ของข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดพระพุทธบาทสี่รอย ตั้งแต่เย็นวันที่ 29 ไปนั่งสมาธิสวดมนต์และหาความสงบอยู่ ในสถานที่ที่ซึ่งพระพุทธเจ้าได้มาประทับพระบาทไว้ถึง 4 พระองค์ ณ.ที่แห่งนี้เอง ได้เกิดความอัศจรรย์. ทำให้ข้าพเจ้า ได้มาพบ "กรรมฐานเปิดโลก"ของหลวงพ่อคง ณ.สถานที่แห่งนี้  ข้าพเจ้าขอเล่าว่าการ ที่ข้าพเจ้าได้พบ ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึก ถึงบาปบุญและการทำกรรมในครั้งอดีต 

                             เวลา เช้าวันที่ 30 ธันวาคม  หลังจากข้าพเจ้า ปฏิบัติ ทำและสวดมนต์ตอนเช้าที่พระพุทธบาทสี่รอย เสร็จแล้ว ข้าพเจ้าได้เดินขึ้นไปที่ศาลาปฏิบัติธรรม อีกครั้งหนึ่งซึ่งอยู่ที่ วัดพระพุทธบาท 4 รอยเหมือนกัน 
ข้าพเจ้าได้เดินไปณ. สถานที่แห่งนั้นพบกับ พระสงฆ์ประมาณ 4 รูป และผู้ปฏิบัติธรรมนุ่งขาวห่มขาวอีก 6 คน กำลังปฏิบัติธรรมอยู่ ศาลาแห่งนั้น โดยมีพระอาจารย์เป็นผู้นำ นั่งกรรมฐานอยู่ ข้าพเจ้าได้ไปกับเพื่อนอีก 2 คน ขณะเดินเข้าไปในสถานที่แห่งนั้น  พระอาจารย์ที่สอนกรรมฐานอยู่ก็แนะนำ ให้ ข้าพเจ้ามาปฏิบัติกรรมฐานตามไปด้วย ตอนนั้นในใจ ก็คิดว่าเราตั้งใจมาปฏิบัติอยู่แล้ว จึง ตกลงปฏิบัติ กรรมฐาน ตาม ซึ่ง พระสงฆ์ ที่เป็นผู้นำสอนกรรมฐานได้บอกว่าเป็นกรรมฐานของหลวงพ่อคงวัดเขาสมโภชน์ เป็นกรรมฐานเปิดโลก สามารถทำให้เห็นกรรมทั้งในอดีตและปัจจุบันได้ ด้วยการนั่งสมาธิ  โดยให้นั่งสมาธิ และ ให้หายใจ แรงๆ และเร็วๆ ข้าพเจ้าก็ทำตาม ในขณะที่นั่งสมาธิและทำตามก็ฟัง รูปพระสงฆ์ผู้นำ อธิบายไปเรื่อยๆท่านอธิบายถึงอาการที่จะเกิดกับเราตอนนั่งกรรมฐานอยู่ ซึ่งการหายใจแรงๆทำให้รู้สึกชาไปทั่วตัว  ซึ่ง อาการของข้าพเจ้าก็เป็นดังที่พระอาจารย์ท่านบอก ในขณะทำไปเรื่อยๆท่านก็บอกว่า กรรมที่เราทำ ทำเองรู้เอง ซึ่งข้าพเจ้าก็ปฏิบัติ และก็นั่งฟังการอธิบายของท่านไป และก็หายใจอย่างต่อเนื่องเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกชาไปหมด มือที่นั่งสมาธิก็พยายาม ห่างออกจากตัว เหมือนร่างกายบังคับตัวเองไม่อยู่ ในขณะที่ทำอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงจากคนข้างๆ คนที่ปฏิบัติเหมือนกัน ร้องออกมาอย่าง โหยหวน ซึ่งพระอาจารย์ที่นำสวดอยู่ ก็ถามว่าเป็นอะไร ผู้ที่ปฏิบัติธรรมข้างๆก็บอกว่า เขาไปทำกรรม กินสมองลิงมา หนึ่งพระผู้นำสวดก็ได้บอกว่าเมื่อรู้แล้วว่าไปทำมาก็ให้ขออโหสิกรรม โดย ให้ปฏิบัติธรรมเพื่อขออโหสิกรรม ถือศีลกินเจเป็นเวลา 7 วันเพื่อขออโหสิกรรมแก่เจ้ากรรมนายเวร ในขณะที่ข้าพเจ้าฟังอยู่ข้าพเจ้าก็ยัง ปฎิบัติตัวอย่างต่อเนื่องคือหายใจให้แรงขึ้นเร็วขึ้น ตามที่เราจะทำได้ บัดนั้นเองความรู้สึกเหมือนเรา การหายใจไม่ออกก็เกิดขึ้น ไม่ไหว จะเป็นจะตายให้ได้ แล้วบัดดลก็ทำให้เรานึกถึงเจ้ากรรมนายเวร ที่เราทำไว้ตอนนั้นคือนึกได้ว่าเราดักหนู ได้ 1 ตัวใส่กรง แล้วหนูก็วิ่งอยู่ในกรง เราจึงนำหนูตัวดังกล่าว ไปฆ่าเสียแต่การฆ่าของเราคือ นำกรงนั้นไปจุ่มน้ำ แล้วเห็นหนู ก็จมน้ำและก็ ลอยขึ้นมาตาย ซึ่งณ.วันนั้นเราฆ่าหนูก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่กรรมอันนี้ก็บังเอิญมาผุดขึ้นในขณะที่เรานั่งปฏิบัติธรรมและหายใจไม่ออก มันผุดขึ้นมาในจิตใจทำให้เราถึงเห็นกรรม ปาณาติบาตนั้น ถึงตอนนี้เราก็ได้ ขออโหสิกรรม กับเจ้าหนูตัวนั้นบอกว่าเรารู้แล้วว่า มันหายใจไม่ออก เราจึงบอกว่าขอชดใช้กรรมนั้นด้วยการมอบลมหายใจอันสุดท้ายนี้ให้แก่หนูนี้ไปเลยเรายังคงปฏิบัติหายใจแรงอีก มือของเราที่นั่งสมาธิมันพยายาม จะดึงห่างจากกันนะตอนนั้นข้าพเจ้าได้ใช้มือ เพื่อช่วย ให้หายใจได้ขึ้นโดยการ ใช้มือ โยกไปโยกมาเหมือนช่วยให้ตัวเองหายใจคล่องขึ้น จนผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น แล้วยังทะลุผ่านไปเรื่องอื่น บัดนั้น ในขณะเดียวกันพระสงฆ์ที่นำก็จะดูคนอื่นไปเรื่อยๆว่าใครเป็นอย่างไรบ้าง ท่านก็จะแนะนำให้หายใจอย่างแรงต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ซึ่งข้าพเจ้าก็ ปฏิบัติต่อไปอีก จน แวป หนึ่ง เรื่องราวต่างต่างที่ ข้าพเจ้า ไม่เคยรู้ ก็บังเกิดขึ้นมาเป็นดังเรื่องเล่า ต่างๆ แม้กระทั่ง ภรรยาของข้าพเจ้า นี้ เป็นนางฟ้า มาก่อน ทำให้ข้าพเจ้า เห็นเรื่อง ต่างๆ ต่อเนื่องอีก ไปเรื่อย สักพักพระอาจารย์ ที่นำกรรมฐานก็บอกว่า ควรแก่เวลาการปฏิบัติแล้วให้ทุกคนค่อยค่อย ออกจากกรรมฐาน โดยการลดลมหายใจ ให้เป็นปกติ แต่ยังไม่ให้ลืมตาทันทีให้คอยดูอาการที่ร่างกาย ค่อยๆกลับคืน ท่านเปรียบเหมือนการที่เราทำกรรมฐานธรรมเปิดโลกนี้ เป็นการต้มน้ำให้เดือดฉันใดเมื่อเราจะออกกรรมฐานเราก็ค่อยๆถอนฟืนนั้นออก ให้ร่างกายเราค่อยๆลดการเดือดลง ซึ่งข้าพเจ้าก็ได้ทำตามที่ท่านบอก ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกับร่างกายเราเดือดมากเหมือนน้ำต้มจริงๆจนเราผ่อนลมหายใจลงค่อยๆให้เป็นปกติความรู้สึกที่มันเดือดก็ค่อยๆลดลงน่าจะใช้เวลาในการลดลงประมาณ 1-2 นาที จนเรารู้สึกได้ว่า มันไม่เดือดแล้วนิ่งแล้วก็ลืมตาออกมา นี่คือ กรรมฐานเปิดโลกครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้ผ่านพบ ณ.พระพุทธบาทสี่รอย ซึ่งมันเป็นสิ่งที่บังเอิญซะเหลือเกิน ที่เราได้เจอเลย โดยที่ไม่ต้องดั้นด้นไปถึงวัดเขาสมโภชน์จังหวัดลพบุรี นับเป็นความอัศจรรย์อย่างยิ่ง ที่กรรมฐานเปิดโลก ทำให้ข้าพเจ้าได้พบ การปฏิบัติ กรรมฐานที่ใช้เวลาน้อย และสามารถ เห็นผลกรรมได้อย่างรวดเร็วซึ่งปกติ กรรมฐานที่จะเปิดกรรมได้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยนานๆหลายชั่วโมงหลายวัน เพราะกรรมปาณาติบาต  มันจะออกมากับความเจ็บปวดของร่างกาย เมื่อใดร่างกายเราเจ็บปวดแล้วกรรมปาณาติบาต  จะให้ผลทันทีขึ้นอยู่กับว่า ใครจะรู้ได้รวดเร็วเพียงใด 

                                วันนี้ข้าพเจ้าขอ เล่าเรื่อง"กรรมฐานเปิดโลก"เพียงเท่านี้ ครั้งต่อไปจะเล่าถึง กรรมฐานเปิดโลก ที่ทำให้รู้ว่า ไม่ได้แค่ใช้สำหรับเปิดกรรมอย่างเดียว ยังใช้ได้ในการ ที่ต้องเข้ากรรมฐาน เป็นเวลาหลายคืนและหลายวัน เพื่อทำให้ร่างกาย ใช้พลังงาน แค่นิดเดียว ถ้าเราเข้ากรรมฐาน อยู่ได้สามารถ อยู่ได้หลายวัน


           เรื่องเล่า กรรมฐานเปิดโลก ในครั้งนี้ เป็น ความ เข้าใจในการปฏิบัติของข้าพเจ้า เพียงคนเดียว ขอใช้วิจารณญาณ ในการ อ่าน ครับ     และข้าพเจ้า ขอ อนุโมทนาบุญการเผยแพร่กรรมฐานครั้งนี้  แก่เจ้ากรรมนายเวร และครูบาอาจารย์ทุกท่านผู้ประสาทวิชา


                                                                                                                         รชา นธวิวัฒน์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Follow us




จากใจผู้รวบรวม


ด้วยความคิดต้องการให้หนังสือธรรมมะของ ครูบาอาจารย์ ทุกท่าน ไม่สุญหาย จึงรวบรวม หนังสือลงในบล๊อกนี้ เพื่อให้กับผู้สนใจ ในการอ่านทางE-BOOK นี้ ขอบุญกุศล แห่งการ รวบรวมนี้ เป็นบุญกุศลแก่ทุกท่านที่อนุโมทนา ด้วยครับ


Comments

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม